วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

หน่วยที่ 7 การโอนย้ายข้อมูลข้ามเครือข่าย

การโอนย้ายข้อมูลข้ามเครือข่าย

         การท่องโลกอินเตอร์เน็ตทำให้เราได้พบข้อมูลมากมาย เช่น ไฟล์ข้อมูล โปรแกรม หรือ รูปภาพที่สนใจ ซึ่งเราจะต้องการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้นี้มาเก็บข้อมูลเหล่านี้มาเก็บไว้เพื่อใช้งานในโอกาสต่อไปใช้งานในโอกาสต่อไป ซึ่งข้อมูลต่างๆ นั้น มักจะอนุญาตให้ผู้เข้าไปเยี่ยมชม สามรถที่จะดึงข้อมูลเหล่านั้นมาเก็บไว้ที่เครื่องของตนเองได้

ลักษณะของการโอนย้ายข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต
          ลักษณะของการโอนย้ายข้อมูลบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ
การดาวน์โหลด (Download)
            การดาวน์โหลด คือ การนำเอาไฟล์ข้อมูล โปรแกรม หรือรูปภาพ จากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เช่น การดาวน์โหลดโปรแกรมป้องกันไวรัส จาก http://www.sanook.com/ มาใช้งานที่เครื่องของเรา เป็นต้น

การอัพโหลด (Upload)  
            การอัพโหลด คือ การเอาไฟล์ข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ไปเก็บไว้ยังระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การสร้างเว็บไซต์บนเครือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เมื่อต้องการที่จะทำเผยแพร่ข้อมูลระบบเครือข่ายระบบอินเตอร์เน็ต ก็ต้องส่งข้อมูลเหล่านั้นไปเก็บยังเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ได้เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า "Web Server"

ประเภทของโปรแกรมที่ดาวน์โหลด
          ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สามารที่จะดาวโหลดโปรแกรมต่างๆจากอินเตอร์เน็ตมาใช้งาน ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้สามารถจัดแบ่งประเภทของโปรแกรมออกเป็น 4 ประเภท คือ

แชร์แวร์ (Shareware)
          แชร์แวร์ (Shareware) คือ โปรแกรมรุ่นทดลองใช้ ซึ่งผู้ผลิตโปรแกรมจะให้เราดาวน์โหลดโปรแกรมนี้มาทดลองใช้ โดยจะกำหนหดระยะเวลาในการใช้งาน เช่น 30 วัน หรือ 60 วัน นับจากวันที่เราติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เมื่อครบตามระยะเวลาแล้วโปรแกรมนั้นจะไม่สามารถใช้งานได้ หรือถ้าใช้งานได้โปรแกรมนี้จะไม่สมบูรณ์ รูปแบบของการใช้งานบางอย่างจะถูกระงับการใช้ เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาใช้ในครั้งต่อไป โปรแกรมจะถามหมายเลขลงทะเบียน ซึ่งถ้าผู้ใช้พึงพอใจในการทำงานของโปรแกรมก็สามารถทำการสั่งซื้อโปรแกรม เพื่อนำมาใช้งานได้ ผู้ผลิตโปรแกรมก็จะให้หมายเลขลงทะเบียนโปรแกรมแก่ผู้ที่ทำการสั่งซื้อ เมื่อเราได้ป้อนหมายเลขลงทะเบียนของโปรแกรมถูกต้องเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมซึ่งเป็นแชร์แวร์ ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นโปรแกรมจริง ซึ่งมีคุณสมบัติที่สมบูรณ์ในการใช้งานได้ทันที
เดโมแวร์ (Demoware)
         เดโมแวร์ (Demoware) คือ โปรแกรมรุ่นทดลองใช้ มีลักษณะคล้ายกับโปรแกรมประเภทแชร์แวร์ แต่จะถูกกำจัดขอบเขตของการใช้งาน ซึ่งโปรแกรมในรูปแบบเต็มอาจจะมีเมนูสำหรับการใช้งาน 5 เมนู แต่โปรแกรมเดโมแวร์นั้นอาจจะเปิดให้เราสามารถใช้งานได้เพียง 2 เมนู เป็นการให้ทดลองใช้เพียงบ่างส่วนของโปรแกรม แต่ลักษณะของโปรแกรมแชร์แวร์นั้นจะให้เราสามารถใช้งานได้ครบทุกส่วนของโปรแกรมแต่กำหนดระยะเวลาในการทดลองใช้งาน ซึ่งถ้าเราต้องการจะใช้งานจริงของโปรแกรมประเภทนี้จะต้องสั่งซื้อโปรแกรม จากผู้ผลิตต่อไป



โปรแกรมรุ่นเบต้า (Beta Software)   
       โปรแกรมรุ่นเบต้า (Beta Software) บางครั้งอาจเรียกว่า โปรแกรมรุ่นอัลฟา (Alfa Software) ซึ่งโปรแกรมในรูปแบบนี้ จะเป็นโปรแกรมรุ่นที่ยังสร้างไม่สมบูรณ์ ผู้ผลิตโปรแกรมมักจะนำโปรแกรมที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นี้มาทดลองใช้งาน และเมื่อมีปัญหาใดในการใช้งาน ก็ให้ผู้ใช้แจ้งกลับไปยังผู้ผลิตเพื่อนำไปปรับปรุงโปรแกรมต่อไป ซึ่งเปรียบเสมือนให้ผู้ใช้โปรแกรมเป็นผู้ตรวจสอบการทำงานของโปรแกรม โปรแกรมลักษณะนี้เมื่อเราดาวน์โหลดมาใช้งานแล้วอาจจะทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานมากมาย หรือบางครั้งนำมาติดตั้งเพื่อใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแล้วไม่สามารถลบออกจากหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ จึงควรพิจารณาให้ดีก่อนที่จะนำโปรแกรมเหล่านี้มาใช้งาน
           
โปรแกรมฟรี (Freeware)
       บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีโปรแกรมมากมายที่ให้บริการฟรี ซึ่งสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ หรือบางเว็บไซต์ก็จะเป็นตัวกลางที่ช่วยรวบรวมโปรแกรมฟรีเหล่านี้มาไว้ให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดได้ง่ายขึ้น ซึ่งโปรแกรมฟรีเหล่านี้อาจจะมีคุณสมบัติในการทำงานได้ดีเช่นเดียวกับโปรแกรมที่มีการสั่งซื้อขายขายทั่วๆไป เช่น โปรแกรมระบบปฏิบัติการ Liunx ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้นำมาเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย หรือโปรแกรม PHP ซึ่งเป็นโปรแกรมฐานข้อมูลบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมฟรีอีกมากมาย ทั้งโปรแกรมของไทยและโปรแกรมของต่างประเทศ ซึ่งสามารถหาดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ทั่วๆ ไป



ขั้นตอนของการดาวน์โหลด
          สามารถจัดแบ่งรูปแบบของการดาวน์โหลดข้อมูลออกเป็น 2 ประเภท คือ
การดาวน์โหลดประเภทไฟล์ข้อมูล
          บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้มีไฟล์ข้อมูลต่างๆ มากมาย โดยอาจจะถูกจัดเก็บไว้ในเว็บไซต์ต่างๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับข้อมูลเหล่านั้น หรือมีเว็บไซต์หลายๆ เว็บไซต์ที่มักจะรวบรวมโปรแกรมที่นิยมไปเก็บเพื่อให้สมาชิก หรือผู้ขอใช้บริการสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ทำให้ สามารถค้นหาไฟล์ที่ต้องการได้รวดเร็ว เช่น www.thaiware.comwww.hunsa.com เป็นต้น ซึ่งไฟล์ข้อมูลจะประกอบด้วย ไฟล์โปรแกรม ไฟล์เกม และไฟล์ประเภทอื่น ๆ อีกมากมาย
          ตัวอย่าง การดาวน์โหลดโปรแกรม Loy Dict 2005 จากเว็บไซต์ www.kapook.com
          
    สามารถดำเนินการดาวน์โหลดได้ตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้
        1. พิมพ์ www.kapook.com ในช่อง Address
        2. เลือกโปรแกรมที่ต้องการดาวน์โหลด
        3. เมื่อค้นหาโปรแกรมที่ต้องการดาวน์โหลดได้เรียบร้อยแล้ว ภายในรายละเอียดของโปรแกรมจะแสดงตำแหน่งของการดาวน์โหลดเพื่อให้ผู้ใช้คลิกเลือก และโปรแกรมจะทำการดาวน์โหลดให้ทันที
        4. เมื่อคลิกที่ Download แล้ว จะแสดงหน้าต่าง File Download เพื่อให้เลือก ถ้าเราต้องการเพียงแค่เปิดข้อมูลนั้นขึ้นมาดูเท่านั้น ให้เลือก Open แต่ถ้าต้องการบันทึกเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราด้วย ให้เลือก Save
        5. เมื่อคลิกเลือกที่ Save เพื่อบันทึกข้อมูลที่ดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา สิ่งที่ต้องกำหนดต่อไปคือ ตำแหน่งที่จะนำข้อมูลนี้ไปเก็บไว้ในช่อง Save in:
        6. เริ่มทำการดาวน์โหลดข้อมูลมาเก็บไว้ในตำแหน่งที่กำหนดให้ โดยจะแสดงลักษณะสถานะของการดาวน์โหลดตั้งแต่เริ่มต้นจนประทั้งดาวน์โหลดข้อมูลเสร็จที่หน้าต่าง File Download เมื่อเกิดข้อผิดพลาดในระหว่างดาวน์โหลดจะแจ้งให้ผู้ใช้ได้ทราบได้ทราบถึงข้อผิดพลาดนั้นด้วย เพื่อยกเลิกการดาวน์โหลด หรือจะทำการดาวน์โหลดใหม่อีกครั้ง
       7. เมื่อดาวน์โหลดข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกเลือก
                Open                  : เพื่อเปิดดูข้อมูล หรือโปรแกรมที่ได้ดาวน์โหลดไว้
                Open Folder      :  เพื่อเปิด Drive และโฟลเดอร์ที่จัดเก็บข้อมูล หรือโปรแกรมที่ได้ดาวน์โหลดไว้
                Close                  :  ปิดหน้าต่างการดาวน์โหลด
       8. เมื่อดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งานได้ในลำดับต่อไป
การดาวน์โหลดประเภทรูปภาพ
          การดาวน์โหลดประเภทรูปภาพสามารถทำได้หลายกรณ๊ เช่น บันทึกไฟล์ชนิดรูปภาพ บันทึกภาพ Background บันทึกเป็นภาพ Desktop Item เป็นต้น
      
       วิธีการบันทึกรูปภาพสามารถทำตามขั้นตอน ต่อไปนี้
      1. เมื่อเราคลิกที่รูปภาพแล้วปรากฏสัญลักษณ์นี้ แสดงว่าเราสามารถบันทึกรูปภาพชนิดนี้ได้ โดยคลิกที่
        2. หรือเมื่อเร่าคลิก Mouse ด้านขวา จะปรากฏเมนูขึ้น ให้เลือกที่ Save Picture As:
        3. จะปรากฏหน้าต่าง Save Picture เพื่อกำหนด Drive และโฟลเดอร์ ที่ Save in เพื่อบอกตำแหน่งที่ต้องการบันทึกรูปภาพ
        4. กำหนดชื่อของรูปภาพ หรือจะใช้ชื่อเดิมของรูปภาพที่จะปรากฏให้เห็นในช่อง File name ก็ได้
        5. Save as type: คือ นามสกุลของรูปภาพ
        6. เมื่อต้องการนำรูปภาพไปเป็นภาพ Background บนหน้าจอของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เลือกที่ Set as Background
        7. เมื่อเลือก Set as Desktop Item… จะปรากฏข้อความเพื่อถามความแน่ใจ เพื่อจะทำรูปภาพเป็น The Active Desktop ที่จะปรากฏบนหน้าจอ Desktop
        8. เมื่อเลือกที่ E-mail Picture จะเป็นการส่งรูปภาพต่อไปให้เพื่อนทางอีเมล์ ซึ่งเราสามารถกำหนดขนาดของรูปภาพที่ต้องการจะส่งให้มีขนาดเล็ก เพื่อทำให้การส่งรูปภาพทำได้รวดเร็วขึ้น โดยคลิกที่ Make all my pictures smaller
        9. แต่ถ้าต้องการให้รูปภาพมีขนาดเท่ากับขนาดของภาพจริง ให้คลิกที่ Keep the originals sizes โดยจะปรากฏหน้าต่าง Send Pictures via E-mail
       10. จะปรากฏหน้าต่างเพื่อให้กำหนดที่อยู่ของผู้รับ เพื่อส่งอีเมลได้ทันที


ไฟล์นามสกุล ต่างๆ บนอินเตอร์เน็ต
นามสกุล
ชนิดไฟล์
โปรแกรมที่ใช้เปิดไฟล์
.avi
.bmp
.com

.doc
.dat
.exe
.gif

.jpg

.mpg
.pdf
.rm
.txt
.zip
ไฟล์วีดีโอ
ไฟล์ภาพแบบ Bitmap
ไฟล์โปรแกรมในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ไฟล์เอกสาร Word
ไฟล์ภาพยนตร์ในวิดีโอซีดี
ไฟล์โปรแกรมในเครื่อง PC
ไฟล์ภาพแบบ Graphic
Interchange Format
ไฟล์ภาพแบบ Joint Photo
Graphic Experts Group
ไฟล์วิดีโอ
ไฟล์เอกสารแบบ pdf
ไฟล์ Real Audio
ไฟล์อักษรธรรมดา
การบีบอัดข้อมูล
โปรแกรม Windows Media Player
โปรแกรม Paint และ Photoshops
เปิดโปรแกรมโดย Double Cilck ที่ไฟล์

โปรแกรม Microsoft Word
โปรแกรม Windows Media Player
เปิดโปรแกรมโดย Double Cilck ที่ไฟล์
โปรแกรม Paint และ Photoshops

โปรแกรม Photoshops และ ACDSee และ Internet Explorer
โปรแกรม Windows Media Player
โปรแกรม Adobe Acrobet Reader
โปรแกรม Read Player
โปรแกรม Notepad และ Microsoft Word
โปรแกรม Winzip


การจัดการข้อมูลด้วยโปรแกรม Winzip
       บางครั้งไฟล์หรือโปรแกรมต่างๆ ที่เปิดให้ดาวน์โหลดทางอินเตอร์เน็ตนั้นมีขนาดใหญ่ จึงจำเป็นที่จะต้องบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กก่อน เพื่อที่จะทำให้การดาวน์โหลดทำได้รวดเร็วขึ้น เราสามารถสังเกตได้ว่าไฟล์ใดที่ใช้วิธีการบีบอัดข้อมูลมา โดยดูได้จากนามสกุลของไฟล์นั้นจะมีนามสกุล .zip เมื่อดาวน์โหลดข้อมูลมาแล้วจะต้องทำการขยายไฟล์ข้อมูลก่อนจึงจะสามารถอ่านข้อมูล หรือนำไปใช้งานได้ โปรแกรมที่ใช้ช่วยในการขยายไฟล์ คือ


           โปรแกรม Winzip จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 แบบ คือ
             1. Wizard จะช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับขั้นตอนในการทำงาน โดยเพียงแต่ตอบคำถามทีละขั้นตอนตามที่โปรแกรมกำหนดเท่านั้น
             2. Classic แบบนี้ผู้ใช้โปรแกรมจะเป็นคนกำหนดทั้งหมดตามความต้องการ
การติดตั้งโปรแกรม Winzip
     1. เลือกสัญลักษณ์ของการติดตั้งโปรแกรมแล้วดับเบิ้ลคลิก
      2. ปรากฏหน้าต่าง Winzip Setup เลือกคลิกที่ Setup เพื่อทำการติดตั้งโปรแกรม
      3. แสดงสถานะของการขยายไฟล์ข้อมูล SETUP.WZ
      4. กำหนด Drive และโฟลเดอร์ที่จะเก็บโปรแกรมเมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยปกติจะถูกกำหนดขึ้นมาให้ แต่ถ้าต้องการที่จะเลือกตำแหน่งของการจัดเก็บโปรแกรมใหม่ให้คลิกที่ Browes.... เพื่อกำหนด Drive และโฟลเดอร์ใหม่ตามต้องการ
      5. คลิกที่ OK
      6. แสดงสถานะกำลังติดตั้งโปรแกรม
      7. เมื่อได้ติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้วปรากฏหน้าต่าง Setup Complete ให้คลิกที่ OK ซึ่งจะมีหน้าต่างๆ Setup Complete ทั้งหมด 2 หน้าต่าง
      8. แสดง Wizard ของโปรแกรม Winzip คลิกที่ Next
      9. แสดงหน้าต่างของข้อตกลงสำหรับการติดตั้งโปรแกรม ให้คลิกที่ yes เพื่อยอมรับในเงื่อนไข
     10. คลิกที่ Next
     11. กำหนดให้เลือกรูปแบบการใช้งานของโปรแกรม Winzip คือ แบบ Classic หรือ แบบ Wizard แล้วให้เลือก Next
     12. คลิกที่ Next --> Finish
     13. เมื่อได้ติดตั้งโปรแกรม Winzip เรียบร้อยแล้ว จะสัญลักษณ์ของโปรแกรมอยู่ที่หน้าจอ Desktop เมื่อต้องการใช้งานก็สามารถดับเบิ้ลคลิกที่สัญลักษณ์ของโปรแกรม หรือคลิกขวาที่ข้อมูลที่ต้องการใช้งานโปรแกรม Winzip (สามารถดูวิธีการใช้โปรแกรมจากหัวข้อการขยายและการบีบอัดไฟล์ข้อมูล)
การขยายไฟล์ข้อมูลด้วย Winzip
        1. คลิกขวาที่ไฟล์ที่มีนามสกุล .zip
       2. เลือกที่ Winzip --> Extract to...: ให้ขยายไฟล์ไปไว้ตำแหน่งที่กำหนดให้
                Extract to here        :  ให้ขยายไฟล์ไปไว้ที่โฟล์เดอร์ที่ได้จัดเก็บ
                                                ไฟล์ข้อมูล Zip อยู่
                Extract to folder     :   ให้ขยายไฟล์ไปไว้ที่โฟล์เดอร์ที่อยู่ขณะนี้ พร้อม
                                                ทั้งสร้างโฟล์เดอร์ย่อยในชื่อเดียวกับไฟล์ Zip
        3. ให้กำหนด Drive และโฟล์เดอร์สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ได้ขยายไฟล์แล้ว
        4. คลิกที Extract
        5. จะปรากฏชื่อไฟล์ที่ได้ทำการขยายไฟล์ข้อมูลอยู่ในตำแหน่งที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว

การบีบอัดไฟล์ข้อมูลด้วย Winzip
        1. คลิกขวาที่ไฟล์ หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการจะทำการบีบอัดข้อมูล
        2. เลือกที่ Winzip--> Add to Zip file...
        3. คลิกที่ New
        4. เลือก Drive และโฟล์เดอร์ที่ต้องการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลที่ช่อง Save in :  พร้อมทั้งตั้งชื่อไฟล์ Zip ที่ช่อง File name :
        5. แสดงสถานะในขณะทำงานของโปรแกรม Winzip
        6. แสดงรายละเอียดของไฟล์ข้อมูลทั้งหมดที่ได้ทำการยบีบอัดข้อมูล
        7. เมื่อกลับไปดูที่ Drive และโฟลเดอร์ที่ได้กำหนดให้จัดเก็บไฟล์ข้อมูล จะปรากฏไฟล์ Zip ที่สร้างใหม่ดังรูป

การขอพื้นที่สร้างโฮมเพจ
          การขอพื้นที่สร้างโฮมเพจ สามารถขอได้จากเว็บไซต์หลากหลายที่ให้บริการ ซื่งเมื่อได้สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์เพื่อสร้างโฮมเพจแล้ว จะได้รับพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลและเมื่อเราได้สร้างโฮมเพจของเราเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถที่จะทำการอัพโหลด (Upload) โฮมเพจไปไว้ยังเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทันที ในที่นี้ขอแนะนำวิธีในการขอพื้นที่สร้างโฮมเพจจาก www.thcity.com โดยมีขั้นตอน ดังต่อไปนี้
        1. พิมพ์ www.thcity.com ที่ Address
        2. คลิกที่ลงทะเบียนฟรีเว็บ
        3. จะปรากฏข้อตกลงในการใช้ฟรีโฮมเพจ เมื่อได้อ่านข้อตกลงแล้วให้กำหนด User ID และ Password แล้วให้คลิกที่ลงทะเบียน
        4. จะปรากฏหน้าต่าง Auto Complete เพื่อถามว่าต้องการที่จะทำให้จำ Password ไว้หรือไม่ถ้าเข้ามาใช้ในครั้งต่อไป
        5. จะปรากฏชื่อ URL ที่ทางเว็บไซต์ให้แก่เรา
        6. ให้กรอกข้อมูลของผู้ใช้ (User) พร้อมทั้งคลิกที่ยืนยันการกรอกข้อมูลส่วนตัว
        7. จะปรากฏข้อความแสดงการรับเข้าเป็นสมาชิก โดยจะแสดง URL, หมายเลขสมาชิกชื่อ User สำหรับการ Login เพื่อขอใช้บริการในเว็บไซต์
        8. การ Login เพื่อขอใช้บริการจะต้องกำหนด User/Domain และรหัสผ่านที่ได้กำหนดไว้ในการลงทะเบียน แล้วคลิกที่ล็อกอิน
        9. เมื่อล็อกอินเข้าไปในระบบแล้วทางเว็บไซต์จะแจ้งชื่อ Host และหมายเลข IP Address ของเว็บไซต์ เพื่อใช้ในการติดต่อโดยใช้โปรแกรม WS-FTP ในการอัพโหลดข้อมูลต่อไป
การโอนย้ายข้อมูลด้วยโปรแกรม WS-FTP
            โปรแกรม WS-FTP จะช่วยให้เราสามารถอัพโหลด (Upload) ข้อมูลไปยังระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ดังนั้น เราจึงได้ทำการติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้งาน ดังต่อไปนี้
      การอัพโหลดข้อมูล (Upload)
        หลังจากที่ได้ขอพื้นที่ในการเก็บโฮมเพจของเราผ่านทางเว็บไซต์ www.thcity.com ต่อมาก็ได้ทำการติดตั้งโปรแกรม WS-FTP รวมทั้งการกำหนดค่าเพื่อโปรแกรม WS-FTP และขั้นตอนต่อไปก็คือ การอัพโหลด (Upload) ข้อมูลของโฮมเพจผ่านทางเว็บไซต์ที่ขอให้บริการ สามารถทำตามขั้นตอนได้ ดังต่อไปนี้
        1. ดับเบิ้ลคลิกที่สัญลักษณ์ของโปรแกรม WS-FTP ที่หน้าจอ Desktop
        2. จะปรากฏหน้าต่างแรก คือ Tip of the Day ถ้าเราต้องการที่จะอ่านต่อไป ให้เลือกที่ Next Tip แต่ถ้าไม่ต้องการอ่านให้เลือก Close
        3. ลำดับต่อมาจะปรากฏหน้าต่างของการอัพโหลด (Upload) ข้อมูล ซึ่งจะสังเกตได้ว่าข้อมูลที่ปรากฏในช่อง Address, User ID, Password จะปรากฏให้เราโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการกำหนดค่าเพื่อใช้งานในโปรแกรม WS-FTP ด้านล่างหน้าต่างจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
                ด้านซ้ายมือ        เปรียบได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา
                ด้านขวามือ         เปรียบได้กับเครื่องแม่ข่าย (Server) ของ www.thcity.com

เมื่อเริ่มต้นการใช้งานครั้งแรก ด้านขวามือยังว่างเปล่า ให้คลิกที่ Open a Remote connection
        4. จะปรากฏ Site Manager ที่ได้ตั้งไว้แล้ว ให้คลิกที่ชื่อของ Sites--> Connect
        5. ด้านขวามือจะปรากฏชื่อของ Site ที่ได้เลือกในการต่อติดเพื่อรอรับข้อมูลที่เราจะอัพโหลด (Upload) จากด้านซ้ายมือโดยใช้วิธีคลิกที่ลูกศรซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองฝั่ง เพียงเท่านี้ก็เป็นการอัพโหลดข้อมูลจากเครื่องของเราไปไว้ที่เครื่องแม่ข่ายที่เราได้ขอพื้นที่ในการเก็บข้อมูลไว้
        6. เมื่อคลิกที่ Connect จะสามารถเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่าต่างๆ คือ
        Connection Wizard        :  การกำหนดค่าเพื่อนใช้งานในโปรแกรม WS-FTP
        Site Manager                  :  กำหนด Site สำหรับการจัดเก็บข้อมูลในฝั่งเครื่องแม่ข่าย
        7. หรือ เมื่อคลิกที่ Connection Wizard เพื่อต้องการเปลื่ยนแปลงการกำหนดค่าสำหรับการใช้งานในโปรแกรม WS-FTP

เว็บไซต์ที่ให้พื้นที่สร้างโฮมเพจฟรี

     การติดตั้งโปรแกรม WS-FTP
        1. คลิกเลือกเพื่อทำการติดตั้งโปรแกรม WS-FTP
        2. เตรียมการติดตั้งโปรแกรม
        3. คลิก Next เพื่อเริ่มติดตั้งโปรแกรม
        4. แสดงหน้าต่างของข้อตกลงสำหรับการติดตั้งโปรแกรม ให้คลิกเลือก I accept...เพื่อยอมรับในเงื่อนไข และคลิกที่ Next
        5. กำหนดตำแหน่งในการจัดเก็บโปรแกรมให้คลิกที่ Next
        6. กำหนดชื่อของโฟลเดอร์ที่จะเก็บโปรแกรมให้คลิกที่ Next
        7. แสดงหน้าต่าง Start Copying Files คลิกที่ Next
        8. แสดงสถานะของการติดตั้งโปรแกรม
        9. คลิกที่ Finish เมื่อสิ้นสุดการติดตั้งโปรแกรม
     การใช้งานโปรแกรม WS-FTP
       เมื่อติดตั้งโปรแกรม WS-FTP เรียบร้อยแล้ว จะต้องกำหนดค่าเพื่อใช้งานในโปรแกรมโดยสามารถที่จะปฏิบัติได้ ดังต่อไปนี้
        1. ปรากฏหน้าจอ Welcome คลิกที่ Next
        2. ปรากฏหน้าจอ Site Name สำหรับกำหนดชื่อของ Site เพื่อไว้จัดเก็บข้อมูลทั้งหมดที่อัพโหลดไปยังเครื่องแม่ข่าย (Server) เช่นเดียวกับการกำหนดโฟลเดอร์ไว้ที่เครื่องแม่ข่าย เช่น Kulrapee แล้วคลิกที่ Next
        3. ขั้นต่อมาจะปรากฏหน้าจอ Server Address เพื่อให้กำหนดหมายเลข IP Address ของเครื่องแม่ข่ายที่เราต้องการจะนำข้อมูลไปอัพโหลดไว้ เมื่อกำหนดเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ Next
        4. User Name และ Password จะต้องถูกกำหนดเมื่อเราได้ขอพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ไว้กับเว็บไซต์ที่ให้บริการ หรือผู้ให้บริการด้านอินเตอร์เน็ต (ISP) ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการเช่าพื้นที่ หรือการขอพื้นที่ฟรีก็ตาม
        5. Connection Type จะต้องกำหนดรูปแบบของการติดต่อให้เลือก FTP แล้วคลิกที่ Next       
        6. Finish จะแสดงรายละเอียดสำหรับการติดต่อกับเครื่องแม่ข่าย (Server) รวมทั้ง User Name และ Password ทั้งหมดที่ได้กำหนดไว้ในขั้นตอนข้างต้น คลิกที่ Finish

แบบฝึกหัดบทที่ 7

1. ไฟล์นามสกุลใด เป็นไฟล์โปรแกรม Winzip
        ก. .zip
        ข. .avi
        ค. .mpg
        ง. jpg
2. โปรแกรมระบบปฏิบัติการในข้อใดที่จัดอยู่ในโปรแกรมแบบฟรีแวร์
        ก. Microsoft  Windows
        ข. SWISH V2.
        ค. Authorware
        ง. Linux

3. การดาว์นโหลด คือ (Downlond) คือ
        ก. การนำเอาไฟล์ข้อมูล จากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา
        ข. การนำเอาไฟล์ข้อมูล จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปเก็บไว้ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
        ค. ถูกทั้ง ก,
        ง. ไม่มีข้อถูก
4. ประเภทของโปรแกรมที่ดาว์นโหลดมีกี่ประเภท
        ก. 1 ประเภท
        ข. 2 ประเภท
        ค. 3 ประเภท
        ง. 4 ประเภท
5. ไฟล์สกุล .avi คือไฟล์ของโปรแกรมอะไร
        ก. โปรแกรม Paint และ Photoshop
        ข. โปรแกรม Windows Media Player
        ค. โปรแกรม Microsoft Word
        ง. โปรแกรม Read Player
6. ไฟล์นามสกุลใด เป็นไฟล์รูปภาพ
        ก. .doc
        ข. .avi
        ค. .mpg
        ง. jpg
7. ชื่อไฟล์ในข้อใดที่ไม่จัดอยู่ในไฟล์ประเภทรูปภาพ
        ก. Pictuer.bmp
        ข. Pictuer.gif
        ค. Pictuer.aiv
        ง. Pictuer.jpg
8. ข้อใดคือคุณสมบัติของโปรแกรม Winzip
        ก. แสดงผลแบบ Text File
        ข. บีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็กลง
        ค. อัพโหลดไฟล์
        ง. ช่วยโหลดโปรแกรมได้เร็วขึ้น
9. ข้อใดคือคุณสมบัติของโปรแกรม WS-FTP
        ก. ช่วยให้เราสามารถอัพโหลดข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว
        ข. ได้รับพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากขึ้น
        ค. สามารถโหลดไฟล์ข้อมูลได้มากกว่าปกติ
        ง. ไม่มีข้อถูก
10. โปรแกรมประเภทใดที่เราสามารถใช้ได้เพียงบางส่วน
        ก. โปรแกรมฟรี
        ข. โปรแกรมรุ่นเบต้า
        ค. เดโมแวร์
        ง. แชร์แวร์
เฉลย  :  1.ก   2.ก   3.ก   4.ง   5.ข   6.ง   7.ค   8.ข   9.ก   10.ค

หน่วยที่ 6 จดหมายอิเล้กทรอนิกส์

 จดหมายอิเล้กทรอนิกส์
         ความสามารถของอินเทอร์เน็ตมีมากมาย โดยเฉพาะการบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ การบริการด้านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail การส่งอีเมลไปยังปู้รับที่อยู่ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะเหมือนกับการส่งจดหมายทางไปรษณีย์ ถ้าต้องการที่จะส่งจดหมายไปหาใครก็ตาม สิ่งที่เราทราบคือ ที่อยู่ของผู้รับจดหมายนั้น แต่ไม่ใช่ที่อยู่ตามบ้านเลขที่ที่เราอยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ในที่นี้หมายถึงที่อยู่ทางอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้แต่ละคนที่เรียกว่า อีเมลแอดเดรส นั้นเอง
         อีเมล (E-mail) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) คือ การส่งข้อความหรือข่าวสารจากบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลอื่นๆ ผ่านทางคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายเหมือนกับการส่งจดหมาย แต่อยู่ในรูปแบบของสัญญาณข้อมูลที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ โดยเปลี่ยนการนำส่งจดหมายจากบุรุษไปรษณีย์มาเป็นโปรแกรม และเปลี่ยนจากการใช้เส้นทางจราจรคมนาคมทั่วไปมาเป็นช่องสัญญาณรูปแบบต่างๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะตรงเข้ามาสู่ Mail Box ที่ถูกจดสรรใน Server ของผู้รับปลายทางทันที
     การรับส่งอีเมลผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอรืเน็ตจะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
     1. เมลเซิร์ฟเวอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของผู้ให้บริการด้านอีเมลสำหรับเก็บอีเมล
     2. เมลไคลเอนท์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายของผู้ใช้บริการที่เป็นตัวเรียกอีเมลมาจากเมลเซิร์ฟเวอร์
     3. โปรโตคอลสำหรับรับส่งเมล คือ ระเบียนวิธีที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลด้านอีเมล บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

โปรโตคอลสำหรับรับส่งอีเมล

     โปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลด้าสนอีเมลบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วย

SMTP

     SMTP (Simple Message Transfer Protocol) ทำหน้าที่ ส่งอีเมลจากเมลเซิร์ฟเวอร์ของผู้ส่งไปยังเมลเซิร์ฟเวอร์ของผู้รับ จากกรณีตัวอย่างในการส่งและรับอีเมลระหว่างคุณกุลรพี และคุณเพลงพิณ ดังนี้
     1. คุณกุลรพี ต้องการส่งอีเมล โดนใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการส่งที่เรียกว่า "เมลไคลเอนท์" เมื่อเขียนจดหมายพร้อมที่จะส่ง ต้องกำหนดชื่อผู้ส่งจดหมาย และชื่อผู้รับจดหมาย เมื่อได้ทำการคลิกเลือก ส่งจดหมาย  ก็คือการสั่งให้เมลไคลเอนท์ทำการส่งจดหมายให้
     2. เมลไคเอนท์ของคุณกุลรพี จะทำการสร้างทางเชื่อมต่อแบบ TCP กับเมลเซิร์ฟเวอร์ที่เราได้ขอเป็นสามาชิกอยู่ คือ mail.chaiyo.com เมื่อเมลเซิร์ฟเวอร์ได้รับจดหมายก็จะจัดเก็บไว้ในคิวเพื่อทำการส่งต่อไป    
     3. เมลเซิร์ฟเวอร์ของกุลรพี ก็จะสามารถเชื่อมต่อแบบ TCP กับเมลเซิร์ฟเวอร์ของคุณเพลงพิณ
และจะทำการส่งข้อความในอีเมลระหว่างเมลเซิร์ฟเวอร์
    4. เมื่อเมลเซิร์ฟเวอร์ของคุณเพลงพิณ ได้รับอีเมลแล้วก็จะนำอีเมลนั้นจัดเก็บไว้ในเมลบ็อกซ์ ของคุณเพลงพิณเพื่อรอการเปิดอ่านต่อไป
     5. เมื่อคุณเพลงพิณ ต้องการอ่านอีเมลก็จะทำการสั่งให้เมลไคลเอนท์ของตนเองทำการดึงอีเมลที่อยู่ในเมลบ็อกซ์มาอ่าน
 
POP
      กระบวนการส่งเมลจะสิ้นสุดเมื่อผู้ส่งสั่งให้เมลไคลเอนท์ส่งข้อมูลไปถึงเมลเซิร์ฟเวอร์ของผู้รับและอีเมลนั้นจะถูกจัดเก็บไว้ในเมลบ็อกซ์ของผู้รับที่เครื่องเมลเซิร์ฟเวอร์ ดังนั้น เมื่อเราขอสมัครเป็นสามาชิกของเมลเซิร์ฟเวอร์ใดแล้ว เราจะได้พื้นที่ของเมลเซิร์ฟเวอร์เพื่อเป็นเมลบ็อกซ์ ของเราเมื่อต้องการอ่านจดหมายที่อยู่ในเมลบ็อกซ์ จะต้องทำการล็อกอินเข้าไป ดังนั้น เจ้าของเมลบ็อกซ์เท่านั้นจึงจะสามารถอ่านจดหมายในกล่องเมลบ็อกซ์ได้ การอ่านจดหมายก็จะใช้โปรแกรมอ่านข้อความในจดหมาย และเมลไคลเอนท์ จะต้องใช้โปรโตคอล เช่น POP, IMAP เพื่อดึงอีเมลจากเซิร์ฟเวอร์มาเก็บไว้ที่เครื่องไคลเอนท์ของผู้ใช้ เพื่ออ่านอีเมลที่มีผู้ส่งมาถึงต่อไป

IMAP
     IMAP (Internet Message Access Protocol) คือ โปรโตคอลที่ใช้ในการจัดการเมลบ็อกซ์ซึ่งนำมาใช้แก้ปัญหาของ POP3 โดยโปรโตคอล IMAP จะอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถจัดการเมลบ็อกซ์ที่เซิร์ฟเวอร์ได้ และยังสามารถย้ายเมลจากโฟลเดอร์หนึ่งไปยังอีกโฟลเดอร์หนึ่งได้ และนอกจากนี้ยังได้จัดเก็บรายละเอียดของสถานะของเมลว่าเมลใดที่อ่านได้แล้ว หรือเมลใดที่ยังไม่ได้อ่าน IMAP ยังสามารถให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดเฉพาะบางส่วนของเมลได้ เช่น ดาวน์โหลดเฉพาะส่วนหัวของอีเมล หรือถ้าเป็นอีเมลที่มีไฟล์แนบ (Attachment) มาด้วย ผู้ใช้อาจกำหนดให้ดาวน์โหลดเฉพาะข้อความเท่านั้น ส่วนไฟล์ที่แนบอาจจะเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ก่อน
รูปแบบของอีเมล และอีเมลแอดเดรส
     ชื่อผู้ใช้ (Username) คือ ชื่ออะไรก็ได้ที่ผู้ขอใช้บริการอีเมลได้ตั้งขึ้น โดยจะต้องไม่ซ้ำกับสมาชิกคนอื่น
      @ คือ อ่านว่า แอทเป็นสัญลักษณ์ที่คั่นระหว่างชื่อและที่อยู่ของอีเมลแอดเดรส
      ที่อยู่ คือ ชื่อดดเมนเนมของเว็บไซต์ที่ให้บริการอีเมล เช่น hotmail.com, yahoo.com, chaiyo.com

 
ประเภทของอีเมล
             อีเมลเป็นสิ่งจำเป็นในการสื่อสารของโลกปัจจุบัน สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพราะ สะดวก ประหยัด และรวดเร็ว ดังนั้น การให้บริการอีเมลจึงมีหลายรูปแบบ ดังนี้
                     1. อีเมลจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต คือ อีเมลที่ได้มาเมื่อเราสมัครเป็นสมาชิกของผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต โดยการซื่อชั่วโมงการใช้อิoเทอร์เน็ตเป็นบริการเพื่อเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้า และเป็นบริการที่จะสามารถติดต่อกับสมาชิกได้อย่างรวดเร็ว
                   2.อีเมลจากองค์กร เช่น บริษัท สถาบันการศึกษา หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ ซึ่งจะเป็นอีเมลที่ให้บริการเฉพาะกลุ่มบุคคลที่เป็นสามาชิกอยู่ภายใต้องค์กรนั้นๆ เช่น kulrapee@nvc-korat.at.th โดยที่อยู่ nvc-korat.at.th คือ ชื่อโดเมนเนมของวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมาซึ่งสมาชิก คือ บุคลากรภายในวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา เท่านั้น
                  3.อีเมลฟรี คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการรับส่งจดหมายบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำกัดกลุ่มบุคคล ซึ่งใครที่ต้องการใช้บริการก็สามารถที่จะเข้ามาลงทะเบียนเป็นสมาชิกเพื่อขออีเมลแอดเดรสได้ทันทีดดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เมื่อได้รับการลงทะเบียนเป็นสมาชิกของอีเมลนั้นแล้วก็จะได้รับพื้นที่ของเมลบ็อกซ์เพื่อจัดเก็บจดหมาย ซึ่งมีเว็บไซต์มากมายที่ให้บริการอีเมลฟรีแก่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต เช่น hotmail.com, thaimail.com, chaiyo.com, siammail.com, yahoo.com, thaibuz.com เป็นต้น
       การใช้บริการอีเมลสามารถติดต่อสื่อสารได้กับทุกคนทั่วโลก นอกจากการสื่อสารผ่านทางข้อความแล้ว ยังสามารถแนบไฟล์ข้อมูลอื่นๆ ไปได้ด้วย เช่น รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว การ์ดอวยพร หรือ ไฟล์วีดีโอ ทำให้ประหยัดเพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ รวดเร็ว และการส่งอีเมลสามารถส่งจดหมายฉบับเดียวกันไปยังบุคคลได้หลายๆคน ในเวลาเดียวกัน

ขั้นตอนการขอใช้บริการอีเมล
          มีเว็บไซต์หลายๆ เว็บไซต์ที่เปิดบริการเมลเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้บริการด้านอีเมลแก่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วๆไป ซึ่งเป็นอีเมลฟรี โดยให้ผู้ใช้เลือกใช้บริการได้แต่ละคนสามารถที่จะมีอีเมลแอดเดรสของตนเองได้เกินกว่า 1 อีเมลแอดเดรส โดยมีขั้นตอนในการสมัครขอใช้บริการอีเมลฟรีจาก www.yahoo.com ซึ่งสามารถสมัครได้ ดังต่อไป
1.พิมพ์ www.yahoo.com กด Enter เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ของ www.yahoo.com
2.คลิกเลือกที่เมนู Web
3.คลิกเลือก Sign Up Now จะแสดงรูปแบบการใช้บริการอีเมลที่เว็บไซต์นี้มีให้บริการโดยมีทั้งเป็นบริการอีเมลฟรี และเป็นบริการอีเมลที่
ต้องเสียค่าใช้จ่าย
4.คลิกเลือก Sign Up for Yahoo! Mail เพื่อขอใช้บริการอีเมลฟรี
5.กรอกรายละเอียดของผู้ขอใช้บริการเพื่อลงทะเบียนสมาชิก
การเขียนและการส่งจดหมาย
     ขั้นตอนการเขียนและการส่งจดหมายสามารถทำได้ ดังต่อไปนี้
1.ทำการ Log in เพื่อเปิดเมลบ็อกซ์ขึ้นมาใช้งาน โดยต้องกำหนด ดังนี้
          Yohoo! ID :ชื่อผู้ใช้บริการ (Username)
          Password  : รหัสผ่านที่ได้กำหนดไว้
     Remember my ID on this computer : เมือคลิกเลือกแล้วจะทำให้ในครั้งต่อไป หลังจากกำหนด Yahoo! ID แล้วจะไม่ต้องป้อนรหัสผ่านในการ Log in อีก เพราะได้จำรหัสผ่านไว้ให้เรียบร้อยแล้วสำหรับในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้
2.Sign in : คลิกที่ Sign in เพื่อทำการตรวจสอบ Yohoo! ID และ Password เมื่อถูกต้องแล้วจึงจะสามารถเข้าไปใช้งานภายใน Yahoo! Mail ได้
3.หลังจากตรวจสอบ Yahoo! ID และ Password ถูกต้อง
4.ถ้าต้องการตรวจสอบจดหมายที่เข้ามาในเมลบ็อกซ์ให้คลิกที่ Check Mail
5.ถ้าต้องการที่จะเขียนจดหมายให้คลิกที่ Composc

 
องค์ประกอบของจดหมายจะประกอบด้วย 3 ส่วน ดังต่อไปนี้
   ส่วนของหัวเรื่อง ประกอบด้วย
1. TO : อีเมลแอดเดรสของผู้รับจดหมาย เช่น kulrapee@thaimail.com
2. Subject : หัวเรื่องของจดหมาย
3. Attach Files : การแนบไฟล์ชนิดต่างๆ ไปกับจดหมาย เช่น ไฟล์รูปภาพ ไฟล์เสียง

   ส่วนที่ใช้สำหรับการเขียนจดหมาย
     จะคลายกับกระดาษเปล่า แต่จะสามารถเลือกรูปแบบของการเขียนจดหมายได้หลากหลายมากกว่าการเขียนจดหมายลงบนกระดาษเปล่าทั่วไป ซึ่งจะช่วยทำให้จดหมายดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

   คำสั่งสำหรับการส่งจดหมาย
     ส่วนที่ 1 คำสั่งที่ใช้สำหรับการส่งจดหมาย
          Send : คำสั่งเพื่อให้เมลไคลเอนท์ทำการส่งจดหมาย
          Save as draft : บันทึกจดหมายเป็นสำเนาเก็บไว้เพื่อสามารถตรวจสอบจดหมายภายหลังได้
          Cancel : ยกเลิกการส่งจดหมาย
   ส่วนที่ 2 Use my signature
          เปรียบเสมือนกับการเขียนจดหมายด้วยกระดาษพร้อมทั้งเซ็นลายมือชื่อกำกับไปในจดหมายด้วย เพื่อป้องกันการปลอมแปลงจดหมาย
          เมื่อได้จัดส่งจดหมายให้เรียบร้อยแล้ว yahoo! Mail จะแจ้งให้ผู้ขอใช้บริการทราบทันทีเพื่อจะได้ทราบว่าจดหมายที่ถูกส่งไปนั้นได้ถึงมือผู้รับแล้ว หรือมีปัญหาในการส่งจดหมายเกิดขึ้น
          เมื่อจดหมายที่ว่งไปแล้วไม่สามารถที่จะส่งไปถึงมือผู้รับได้ เช่น กรณีที่ที่อยู่ของผู้รับไม่ถูกต้อง จะแจ้งการตีกลับของจดหมายมายังผู้ส่ง

 
องค์ประกอบภายในกล่องจดหมาย
     เมนูหลัก ประกอบด้วย 4 เมนู ดังต่อไปนี้
Mail
1. Inbox : กล่องจดหมายเข้า
                          จะแสดงจดหมายที่มีอยู่ในกล่องจดหมายทั้งหมด โดยจะจัดเรียงตามวันที่ของจดหมายมราเข้ามา
2. Sent: กล่องจดหมายออก
                 จะแสดงจดหมายที่ได้เขียนและส่งออกไปยังผู้รับ โดยจะจัดเรียงตามลำดับของการส่ง
จดหมายออกก่อนหลัง  
3. Draft : กล่องเก็บสำเนาจดหมาย
                         ในบางครั้งเมื่อส่งจดหมายออกไปแล้วต้องการที่จะเก็บจดหมายไว้เพื่ออ่าน หรือเพื่อดูว่าได้ส่งจดหมายไปยังใครบ้าง หรือเมื่อต้องการที่จะส่งจดหมายฉบับเดิมอีกก็จะไม่ต้องเสียเวลาในการเขียนจดหมายใหม่
4. Trash : ถังขยะ
                          เมื่อเราได้อ่านจดหมายจากกล่องจดหมายเข้าเรียบร้อยแล้ว ก็ควรจะลบจดหมายบับนั้นออก เพราะการสมัครอีเมลฟรีนั้น เมลเซิร์ฟเวอร์ให้พื้นที่ในการเก็บจดหมายจำนวนไม่มากนัก

Addresses
     Addresses คือ การบันทึกอีเมลแอดเดรสของบุคคลต่างๆ ไว้ในเมลบ็อกซ์เช่นเดียวกับการบั้นทึกหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อนไว้ในเครื่องโทรศัพท์มือถือ เพื่อสะดวกในการสื่อสารกันในครั้งต่อไป ซึ่งเราจะไม่ต้องพิมพ์อีเมลแอดเดรสของบุคคลคนนั้นอีก เพียงแต่เปิดเมนูแอดเดรสขึ้นมาแล้วจะสามารถเลือกที่อยู่ของบุคคลที่ต้องการเขียนจดหมายไปถึงได้ทันที
Calendar
      Calendar คือ ปฏิทินสำหรับการบันทึกตารางการปฏิบัติงาน โดยจัดแบ่งเป็นวัน สัปดาห์ เดือน ปี และเรียงตามเหตุการณ์ เพื่อช่วยให้สะดวกในการค้นหา

Notepad
     Notepad เปรียบเสมือนสมุดบันทึกช่วยจำ โดยให้พิมพ์ข้อความต่างๆ ที่ต้องการบันทึกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ และเราสามารถที่จะเปิดออกมาอ่านเมือใดก็ได้ โดยกำหนดการบันทึกได้

การอ่านจดหมาย
               ภายในกล่องจดหมาย จะแสดงจดหมายที่อยู่ภายในกล่องเก็บจดหมายนี้ เมื่อเราคลิกเลือกที่ Inbox หรือ Check Mail จะปรากฏรายการของจดหมายที่มีอยู่ ถ้าเราต้องการที่จะอ่านจดหมายฉบับใด ให้คลิกเลือกที่ตัวจดหมายนั้น แล้วจะแสดงรายละเอียดของเนื่อหาในจดหมายพร้อมทั้งจะมีหัวจดหมายเพื่อให้เราทราบถึงที่มาของจดหมายได้
การตอบจดหมาย
             เมื่ออ่านจดหมายแล้วต้องการที่จะส่งจดหมายเพื่อตอบกลับไปยังผู้ส่ง สามารถคลิกเลือก Reply เราจะไม่ต้องพิมพ์ชื่อผู้รับอีก เพราะอีเมลจะนำชื่อชองผู้ส่ง มาเป็นชื่อผู้รับ พร้อมทั้งชื่อเรื่องก็จะเป็นชื่อเรื่องเดิม เพียงแต่เพิ่ม Re: หน้าชื่อเรื่องของจดหมาย และจะนำเนื้อหาของจดหมายฉบับที่เราได้รับมาแสดงด้วย เป็นการทบทวนเรื่องราวของจดหมายก่อนที่จะทำการตอบจดหมายต่อไป

การส่งต่อจดหมาย
             การส่งต่อจดหมาย หมายความว่า เมื่อเราส่งจดหมายฉบับนี้ไปยังบุคคลอื่นๆ อีก คล้ายกับระบบจดหมายเวียนที่สามารถส่งต่อไปยังบุคคลอื่นๆ ได้อีกเป็นจำนวนมาก โดยไม่ต้องเสียเวลาที่จะเขียนจดหมายทีละฉบับเพื่อส่งให้แต่ละคน จะเป็นการช่วยลดเวลาในการเขียนจดหมาย และยังสามารถทำเป็นสำเนาเพื่อส่งต่อไปยังบุคคลอื่นๆ ได้อีกด้วย
การลบจดหมาย
             เมื่อท่านใช้บริการรับส่งจดหมาย e-Mail มาถึงระดับหนึ่ง จดหมายจะเต็มกล่องเก็บจดหมาย เมื่อจดหมายเต็มกล่องเก็บแล้วจะส่งผลให้โปรแกรม  Mail ไม่ทำงาน การจัดการลบจดหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง ขั้นตอนการลบจดหมายมีดังนี้

ขั้นตอน

1. คลิกที่ Inbox เมื่อคลิกแล้วจะได้กรอบ Inbox ดังภาพ


2. จากนั้นคลิกเครื่องหมายถูกที่กรอบสี่เหลี่ยม ดังภาพ แล้วคลิกปุ่ม Delete ตามลำดับ

 

3.จดหมายก็จะถูกลบออกจากกล่อง Inbox จดหมายที่ถูกลบออกไปจะถูกนำไปเก็บที่ Trash Can และจะถูกลบโดยอัตโนมัติต่อไป นั้นหมายความว่าหากท่านลบจดหมายผิด ท่านยังสามารถกู้จดหมาย จากกล่อง Trash Can นี้ได้ โดยการ คลิกที่ Trash Can แล้วคลิกเครื่องหมายถูกในกรอบสี่เหลี่ยมหน้าจดหมายที่ต้องการกู้ จากนั้นมาคลิกที่เมนู Recover to Folder แล้วเลือกกล่องจดหมายที่ต้องการกู้ไปเก็บไว้ ดังภาพ

การกู้จดหมายกลับคืน
     1.คลิกที่Trash
     2.คลิกเลือกที่จดหมายที่ต้องการกู้
     3.คลิกที่Moveเพื่อกำหนดสถานที่ที่จะนำจดหมายจากถังขยะไปเก็บไว้
          1.(NewFolder)ให้สร้างโฟลเดอร์ไหม่ที่ต้องการเก็บจดหมาย
          2.Inboxให้นำจดหมายไปเก็บไว้ในกล่องจดหมายเข้า
    
     4.ถ้าต้องการลบจดหมายก็เพียงแต่คลิกที่จดหมายแล้วคลิกที่Delete
แบบฝึกหัดบทที่ 6
1. ข้อใดคือส่วนประกอบของการรับส่งอีเมลผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
                ก .เมลเซิร์ฟเวอร์                                
                ข. เมลไคลเอนท์
                ค. โปรโตคอลสำหรับรับส่งเมล        
                ง.  ถูกทุกข้อ
2. ข้อใดคือระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
       ก. เมลเซิร์ฟเวอร์
       ข. เมไคลเอนท์
       ค. โปรโตคอลสำหรับรับส่งเมล
       ง. ถูกทุกข้อ
3. Reply  To  Everyone   มีความหมายตรงกับข้อใด
                ก. ตอบจดหมาย
                ข. ตอบจดหมายกลับไปยังผู้ส่ง
                ค. ตอบกลับทุกคน      
                 ง.ไม่มีข้อใดถูก
4. ข้อใดคือโปรโตคอลที่ใช้ในการจัดการเมลบ็อกซ์ซึ่งนำมาใช้แก้ปัญหาของ  POP3
                ก.TCP                   
                ข.IMAP                               
                ค.SMTP               
                ง.POP
5. ข้อดีของการสื่อสารของโลกยุคปัจจุบัน (อีเมล)
       ก. สะดวก
       ข. ประหยัด
       ค. รวดเร็ว
       ง. ถูกทุกข้อ

6. E-mail เป็นรูปแบบของการบริการแบบใด
       ก. การค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
       ข. การคุยกับคู่สนทนาฝ่ายระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
       ค. การส่งจดหมายบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
       ง. การพูดคุยผ่านกลุ่มสนทนาบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
7.  ปฏิทินสำหรับการบันทึกตารางการปฏิบัติงาน
                ก. Calendar              
                ข. Cancel                               
                ค. Contacts             
                 ง. Cannon
8.  ข้อใดเป็นโปรโตคองที่ให้บริการเครือข่ายโดยมีการรับรองว่าข้อมูลจะส่งถึงปลายทาง
                ก.TCP                   

                ข.IMAP                                                                                                                        
                ค.SMTP               
                ง.POP
9. POP ทำหน้าที่ในข้อใด
       ก. โปรโตคอลที่ทำหน้าที่ส่งอีเมลจากเมลเซิร์ฟเวอร์
       ข. โปรโตคอลที่ใช้สำหรับอ่านเมลในเมลบ็อกซ์
       ค. โปรโตคอลที่ทำหน้าที่รับอีเมลจากเมลเซิร์ฟเวอร์
       ง. โปรโตคอลที่ใช้ในการจัดการเมลบ็อกซ์
10. การใส่ Password ต้องไม่ต่ำกว่ากี่ตัวอักษร
       ก. 5
       ข. 6
       ค. 7
เฉลย  :   1.ง   2.ง   3.ค   4.   5.ง   6.ค   7.ก   8.ก   9.ข   10.